Skip to content

ทำโคตรง่าย

⇒ ไม่มีประสบการณ์ก็ทำได้
⇒ จัดการง่าย ไม่ยุ่งยาก
⇒ ขายเสริมในร้านก็ได้
⇒ มีหลายทำเลให้เลือก
⇒ เลือกทำเลเปิดร้านได้ทันที

“ทำง่ายรายได้ดี” กลายเป็นสโลแกนของแบรนด์เฟรนช์ฟรายส์ทอดราดชีสอย่าง OH MY CHEESE ไปแล้ว

OH MY CHEESE เป็นธุรกิจ Franchise (แฟรนไช์) ที่กำลังนิยมอยู่ในปัจจุบัน เพราะการทำธุรกิจแฟรนไชส์ มีข้อดีหลายประการ ดังนี้

1. ช่วยประหยัดเวลา : ไม่ต้องเสียเวลาคิดเองว่าจะเริ่มทำธุรกิจอะไร ประเภทไหน ลูกค้าคือใคร ขายเท่าไหร่ ไม่ต้องเสียเวลาค้นหาวิธีการทำ แหล่งวัตถุดิบ หรือแม้กระทั่งทำเลในการขาย

2. มีโอกาสประสบความเร็จสูง : เพราะการทำธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นการการันตีมาแล้วในระดับที่เชื่อถือได้ว่า สาขาต้นแบบของเจ้าของแฟรนไชส์ประสบความสำเร็จมาก่อนแล้วอย่างแน่นอน จึงทำให้เกิดธุรกิจแฟรนไชส์ขึ้น เพื่อขยายความสำเร็จออกไป

3. ไม่ต้องทำการตลาดเอง : สิ่งที่ยากที่สุดในการขายสินค้า บริการ และการสร้างแบรนด์ คือ การสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้ากลุ่มเป้าหมาย ซึ่งค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ บางบริษัทอาจมากกว่าต้นทุนของสินค้าเสียด้วยซ้ำ

4. โอกาสด้านการลงทุน : ความเสี่ยงในการสร้างธุรกิจใหม่มีมากกว่าการซื้อแฟรนไชส์ และการซื้อแฟรนไชส์มีโอกาสในการกู้เงินธนาคารเพื่อการลงทุนง่ายกว่า เนื่องจากแฟรนไชส์มีระบบการบริหาร สามารถเขียนแผนธุรกิจเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับลูกค้าได้

5. สำคัญที่สุด คือ “ได้เป็นเจ้านายตัวเอง” : ข้อนี้คงไม่อธิบายกันมาก เพียงแค่ลงทุนในระบบแฟรนไชส์แล้วใช้เวลาในการบริหาร โดยที่ไม่ต้องเป็นลูกน้องใคร แถมยังมีลูกน้องเป็นของตัวเองอีกด้วย

เท่าที่อธิบายมาข้างต้นนี้ อาจทำให้หลายๆ ท่านได้เห็นถึงความหมายของธุรกิจแฟรนไชส์กันบ้างแล้ว ต่อไปลองมาดูกันว่า ธุรกิจแฟรนไชส์ OH MY CHEESE รายได้ดีอย่างไร

การลงทุนใน OH MY CHEESE ถือเป็นธุรกิจที่มีผลตอบแทนสูงถึง 50% และเมื่อเทียบกับธุรกิจอื่นๆ ถือว่าเป็นธุรกิจที่ให้กำไรต่อสินค้า 1 ชิ้นไว้สูงมาก หากเรามั่นใจในทำเลและแบรนด์สินค้าแล้ว จะไม่แปลกใจเลยว่าทำไมถึงมีประโยคที่ว่า

“ทำง่ายรายได้ดี ก็ OH MY CHEESE นี่แหละ”

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจเฟรนช์ฟรายส์ราดชีสแบรนด์ OH MY CHEESE

ธนกฤต อาเตอร์ สิริมหัทธนังกุร (เก่ง)

Founder & CEO of OH MY CHEESE