Skip to content

OH MY CHEESE STORY

“ความจนเป็นแค่จุดเริ่มต้นของชีวิต แต่ความเชื่อ และจิตใจที่ไม่ยอมแพ้ต่างหาก ที่จะพาเราไปสู่ความสำเร็จได้”

– เก่ง โอ้มายชีส (ธนกฤต อาเตอร์ สิริมหัทธนังกุร)

เรื่องราวของเฟรนช์ฟรายส์ราดชีส 100 ล้าน OH MY CHEESE by Arthur มีจุดเริ่มต้นมาจากการเข้าไปอบรมในโครงการพัฒนาธุรกิจกับสถาบันการเงินแห่งหนึง

แล้วทางโครงการมีกิจกรรมที่เปิดโอกาสให้เพื่อนๆ นักธุรกิจเอาผลิตภัณฑ์ของตนมาแจกให้กับเพื่อนๆ ที่มาร่วมงาน ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจที่มีโอกาสได้แบ่งปัน มักจะเป็นธุรกิจอาหาร เช่น ขนม ลูกชิ้น ถั่ว เป็นต้น

ด้วยความที่ผมอยากจะเป็นส่วนหนึ่งของการแบ่งปัน จึงคิดว่าทำไมไม่ทำอะไรซักอย่างที่สามารถแบ่งปันผลิตภัณฑ์ได้ พอคิดก็ลงมือทำทันที ธุรกิจของการแบ่งปันธุรกิจแรก คือ ข้าวเกรียบปลา

เพราะมีเพื่อนอยู่ยะลา เป็นผู้ผลิตข้าวเกรียบปลาดิบที่หอมและอร่อยมาก เวลามีงานก็จะเอาข้าวเกรียบปลานี่แหละครับ มาแจกให้เพื่อนๆ หลังจากแจกก็คิดว่าเราน่าจะทำออกมาขายตามร้านของชำ ร้านก๋วยเตี๋ยว

ผลปรากฏว่าขายยากมาก ต้องง้อขอฝากขาย บางร้านก็ยอมเพราะเห็นใจ บางร้านก็ไม่เอาบอกเกะกะ ห่อก็ใหญ่ กำไรก็น้อย ไม่อยากขาย แต่ผมก็ไม่ยอมแพ้ ร้านไหนไม่เอาไม่เป็นไร มันก็ต้องมีร้านที่ให้โอกาส

และก็เป็นแบบนั้นจริงๆ ครับ 10 ร้านค้า ได้มา 1 ร้านค้า 100 ร้านค้า ได้มา 10 ร้านค้า

ปรากฏว่าร้านที่ให้โอกาสวางสินค้า ช่วยซื้อช่วยขาย กินกันเองเพราะไม่ได้รับความสนใจจากลูกค้า พอผ่านไป 1 อาทิตย์ สินค้าดันมีปัญหา กลิ่นหืน มีละอองน้ำมัน ความกรอบลดลง

ผมต้องรับสินค้าทั้งหมดคืนกลับมายังโรงงาน รวมถึง แผ่นข้าวเกรียบดิบในสต็อกหลายตันก็ถูกปลวก มด แทะเป็นรูพรุน ใช้การไม่ได้ ต้องทิ้งทั้งหมด ทำให้เกิดความเสียหายเป็นอย่างมาก

จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ผมต้องทบทวนตัวเองว่า เราผิดพลาดตรงไหน หรือเราไม่เหมาะกับธุรกิจอาหาร คำตอบก็คือ เราเลือกสินค้าไม่ตรงกับความต้องการของลูกค้า

บทเรียนนี้ถือเป็นบทเรียนราคาแพงที่ควรจดจำ แต่ไม่เคยมีความคิดที่จะยอมแพ้

หลังจากนั้นก็เริ่มตามหาธุรกิจที่จะมาทดแทนข้าวเกรียบปลา และตั้งใจว่าจะทำธุรกิจจากร่วงให้รุ่งให้จงได้ การตามหาธุรกิจนี้ ผมได้เดินทางไปต่างประเทศหลายประเทศ ทั้งเอเชียและยุโรป

จนค้นพบว่า เฟรนช์ฟรายส์ราดชีสนี่แหละคือขุมทรัพย์ของผม คนรุ่นใหม่ทุกคนต้องได้กิน คนรุ่นใหม่ทุกคนต้องชอบ และเฟรนช์ฟรายส์ราดชีสของผมต้องอร่อยที่สุด เท่ที่สุด มีสไตล์สุดๆ ใครไม่กินถือว่า เอ้าท์ ตกเทรน ไม่นำสมัย ผมคิดและเชื่อแบบนั้นจริงๆ ครับ

.

พอตัดสินใจว่าจะขายเฟรนช์ฟรายส์ราดชีส ก็กลับมาสำรวจธุรกิจนี้ในเมืองไทย ซึ่งตอนนั้นที่ขายดีสุดคือ แมคโดนัล และยังไม่มีใครทำเฟรนช์ฟรายส์ราดชีสที่เป็นแบรนด์ชัดๆ แบบที่เหมือน OH MY CHEESE

ผมจึงคิดว่า คู่แข่งผมคือแมคโดนัล 555 แค่คิดก็สนุกแล้ว จากนั้นก็คิดค้น ทดลองทำซอสชีส โดยมีคุณแม่เป็นตัวตั้งตัวตีเรื่องส่วนผสม อุณภูมิ บรรจุ การเก็บรักษา

จึงได้ซอสชีสสูตร OH MY CHEESE ออกมาให้ทุกคนได้กินกัน เป็นซอสชีสฝีมือแม่ ลองคิดดูซิครับ แม่ทำให้ลูกกิน จะพิถีพิถันขนาดไหน ไม่ใส่สารกันบูดหรือที่เรียกว่าวัตถุกันเสียเลย ปลอดภัยสบายใจได้ครับ

ส่วนมันฝรั่ง เริ่มต้นก็ทดลองซื้อแม็คโคร โลตัส บิ๊กซี ท็อปส์ เอาเป็นว่าทุกที่ในซุปเปอร์มาร์เก็ต ผมซื้อมาหมดแล้ว จะบอกว่า ไม่เห็นเหมือนที่เคยกิน ถ้าคุณเคยกินของอร่อยมาแล้ว คุณจะทราบได้ว่า แบบไหนเรียกว่าอร่อย

(อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวนะครับ บางทีความอร่อยของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน)

ในที่สุดก็มีบริษัทนึง นำเฟรนช์ฟรายส์มาเสนอ เป็นเฟรนช์ฟรายส์นำเข้าไซส์พิเศษ กรอบนอกนุ่มใน อร่อย จนไม่อยากบอกใคร กลัวโดนแย่ง 555 มันฝรั่ง อร่อยไม่อร่อยอยู่ที่ดินที่ปลูก อากาศสภาพแวดล้อม สำคัญมากครับ

ส่วนชีส ก็นำเข้าครับ แต่การปรุงชีสให้อร่อยนี้ เรื่อง วัตถุดิบ อุณภูมิ เวลาที่กวนชีส พักชีส บรรจุ ก็สำคัญ กว่าจะได้มาเป็น OH MY CHEESE ตอนนี้ ผ่านการลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน กว่าจะถูกปากถูกใจก็ใช้เวลาร่วม 5 เดือน

สรุป
– ผมให้ความสำคัญของวัตถุดิบ โดยเฉพาะชีส เฟรนช์ฟรายส์ และผงปรุงรส
– ผมให้ความสำคัญกับรูปแบบร้าน สีสันของร้าน
– ผมให้ความสำคัญกับรูปแบบแพ็คเกจจิ้ง โลโก้
– ผมให้ความสำคัญกับลูกค้า ว่าคนที่ถือแพ็คเกจจิ้งของผมต้องเป็นคนรุ่นใหม่ มีสไตล์เป็นของตัวเอง เพราะสินค้าของผมจะเป็นคนกำหนดลูกค้าที่มาซื้อ
– ผมให้ความสำคัญกับทำเล
– สุดท้าย ผมให้ความสำคัญกับทีมงาน

สาขาแรกที่ขาย
คือ ตลาดหัวมุม

เชื่อไหมครับตอนทำร้านใหม่ๆ พี่ๆ พ่อค้าแม่ค้าในตลาดมาถามว่าจะขายอะไร ผมตอบไปว่า ขายเฟรนช์ฟรายส์ทอดราดชีส อย่างเดียวเมนูเดียว พี่ๆ พ่อค้าแม่ค้าบอกผมด้วยความหวังดีว่า

“น้อง พี่ว่าขายแบบนี้จะไม่รอดเอานะ ถ้าให้พี่แนะนำ น่าจะขายผลไม้จะดีกว่า หรือหาอะไรที่ไม่ใช่เฟรนช์ฟรายส์ราดชีสมาขายเพิ่มให้มีซัก 5-6 เมนู”

“น้องพี่ว่าอย่ามาขายเลยตรงที่น้องอยู่ทำเลไม่ดี หาที่ใหม่เถอะ”

ทุกความหวังดี ผมรับไว้ด้วยใจ แต่ก็มุ่งมั่นทำร้านต่อไป

จนวันที่รอคอยก็มาถึง ร้านเสร็จ คนพร้อม ของพร้อม เชื่อไหมครับ วันแรกที่เปิด คนยังไม่รู้จัก ยังงงๆ อยู่ นี่ขายอะไร แต่ร้านดูแนวดี พนักงานใส่หมวกใส่เสื้อ คนก็เดินมาถาม มาลอง พอลอง 1 ก็มี 2 มี 3 ขายดีเลยครับวันแรก

พอถามลูกค้าว่า รู้จักได้ไง ลูกค้าบอกว่า เห็นคนถือถือแพ็คเกจจิ้งสีเหลืองๆ เลยถามดูว่าซื้อที่ไหน ก็เลยมาซื้อ พ่อค้าแม่ค้าแถวนั้นอึ้งเลยครับ ขายดีถึงขนาดเติมของไม่ทัน ลูกค้ารอเต็มหน้าร้าน

ผ่านไปไม่นานก็มีรายการ “ซุปตาร์ตลาดแตก” มาขอถ่ายรายการ ตามมาด้วยรายการ “เรื่องร้อนออนไลน์” รายการ “แฉ” และอีกหลายๆ รายการ รวมถึงรายการ “อายุน้อย 100 ล้าน” ช่วงเมนูเงินล้าน

จริงๆ ผมอยากจะบอกว่า ตอนนั้นเราเปิดร้านพร้อมกัน 10 จุด โดยการออกบูทตามห้าง มียอดขายดีมาก วันละ 4-5 หมื่นบาทต่อสาขา สูงสุดได้วันละ 80,000 บาทต่อสาขา

และนี่คือความมหัศจรรย์ของเฟรนช์ฟรายส์ราดชีสที่ชื่อว่า OH MY CHEESE ถ้าคุณรู้จัก คุณจะหลงรักเรา เรื่องราวของ OH MY CHEESE ขอจบไว้แค่นี้ อยากรู้จักกันมากกว่านี้ โปรดติดตามกันต่อไปนะครับ

หากอยากรู้ว่า เฟรนช์ฟรายส์ราดชีส OH MY CHEESE ถือแล้วเท่ยังไง อร่อยแค่ไหน ลองอุดหนุนกันได้ครับ

แต่ถ้าคิดว่า แค่ซื้อกินยังไม่พอ อยากกินแล้วมีรายได้เสริมด้วย ก็ลองซื้อแฟรนไชส์ OH MY CHEESE ชุดเล็กไปบริหารจัดการดูนะครับ แล้วคุณจะหลงรักเรา

สุดท้ายนี้ผมหวังว่าเรื่องราวของ OH MY CHEESE จะเป็นประโยชน์กับทุกท่าน

ขอขอบคุณทุกท่านที่ให้ความสนใจเฟรนช์ฟรายส์ราดชีสแบรนด์ OH MY CHEESE

ธนกฤต อาเตอร์ สิริมหัทธนังกุร (เก่ง)

Founder & CEO of OH MY CHEESE